วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หลวงพ่อให้พร ๑ : "ให้รวย ๆ เน้อ"





ครั้งล่าสุดที่ข้าพเจ้าได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่านาคำน้อย

ก็คือ  เมื่อเดือนเมษายน  ๒๕๕๖  ที่ผ่านมา

ในช่วงสงกรานต์

โดยธรรมเนียม(ส่วนตัว)แล้ว

วันก่อนจะกลับหนึ่งวัน

ตอนบ่าย ๆ  จะเข้าไปฟังธรรมะ

และคอยช่วยหลวงพ่อรับแขก

ที่โรงน้ำชา

เมษายน  ๒๕๕๖

ข้าพเจ้าไปพร้อมแพรวาแฟนคู่ทุกข์คู่ยาก

ครั้นจะกลับก็ไปกราบก่อนหนึ่งวันเช่นเคย

วันนั้นแขกเยอะ

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นวันที่  ๑๔  เมษายน

เนื่องจากครั้งนี้ทั้งข้าพเจ้าและแพรวา

มีกิจทางโลกต้องทำมาก

จึงกำหนดออกจากวัดวันที่  ๑๕

ทั้งกลัวรถติดด้วย

เพราะต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ

เส้นทางถนนมิตรภาพ



การสนทนาก็เป็นไปตามปกติ

หากเนื่องจากแขกเยอะ

เราทั้งสองจึงต้องรอ

(ปกติก็รออยู่แล้ว)

ระหว่างรอก็ช่วยหลวงพ่อรับแขก

เช่น  ยกน้ำให้แขกบ้าง

หรือ  เอาของที่เขามาถวายไปเก็บบ้าง

จริง ๆ  หน้าที่เหล่านี้เป็นของพระเวรโรงต้ม

แต่บางครั้งพระท่านก็งานมาก

หน้าที่เหล่านี้ก็เลยเป็นของข้าพเจ้าและแพรวา

เทศกาลสงกรานต์  แขกที่มาก็มักจะมีมาลัยกรมาด้วย

เมื่อแขกถวายเสร็จ  หลวงพ่อก็จะเรียกให้ข้าพเจ้านำไปบูชาที่แท่นพระ

อันประดิษฐานพระพุทธรูป  และรูปหล่อครูบาอาจารย์

มี  หลวงปู่มั่น  เป็นต้น

บางคนบางท่านก็มีน้ำอบน้ำหอมมารดขอพร

ตามประเพณี

แต่เราไม่มี  มีแต่การปฏิบัติบูชาครูบาอาจารย์เท่านั้น

บางแขกก็ใจดีชวนเรารดน้ำด้วย




เราทั้งสองจะรอจนแขกกลับหมดแล้วจึงสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ

ความจริงจะว่าสนทนาธรรมก็ไม่ถูกนัก

เพราะส่วนมาก

ก็ฟังเรื่องที่หลวงพ่อเล่าให้ฟังมากกว่า

เวลาที่แขกไม่ค่อยมีแล้ว

หลวงพ่อท่านจะเทศน์ด้วยความผ่อนคลาย

เล่าเรื่องสบาย ๆ  

ถ้าสงสัยสิ่งใดก็ถามตอนนี้



ด้วยการนั่งฟังเรื่องต่าง ๆ  ของแขกหลวงพ่อนี่เอง

ทำให้ได้พิจารณาธรรมที่ท่านสอนผู้อื่นด้วย

ได้รับรู้เรื่องราวทางโลกต่าง ๆ  อันไม่ค่อยโสภานัก

เป็นพระนี่ก็ลำบากเหมือนกัน

ต้องรับฟังทุกข์ชาวบ้านทุกวันยิ่งกว่าพวกหนังสือพิมพ์อีก



เป็นที่รู้กันระหว่างข้าพเจ้ากับแพรวาว่า

หากวันใดจะเข้ากราบหลวงพ่อ

วันนั้นไม่ต้องกินปานะ

หรือไม่ก็กินให้น้อยที่สุด

เพราะหลวงพ่อจะเมตตาปานะแก่เรามหาศาล

บางครั้งกินจนพุงป่อง

จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะท่านให้

น้ำชาบ้าง  โกโก้บ้าง  น้ำผลไม้บ้าง

หรือบางทีก็มีน้ำชนิดพิเศษที่หลวงพ่อท่านคิดค้นขึ้นเดี๋ยวนั้น

เราก็ได้ทดลองกันไป

555



เวลาแขกมาก ๆ  ท่านไม่ได้แจกปานะจากแก้วของท่าน

แต่ให้ดื่มจากที่พระเวรเอามาไว้ให้แทน

ซึ่งเหล่านี้นี่เอง

ที่ข้าพเจ้าและแพรวาต้องทำหน้าที่เสิร์ฟแขก

กลายเป็นเด็กเสิร์ฟประจำวัดไป



หรืองานการอย่างอื่นก็แล้วแต่ท่านจะเรียกใช้

เช่น  คอยจัดซีดี/หนังสือธรรมะให้ท่าน  

เวลาท่านให้ของเหล่านี้แก่ญาติโยม



สิ่งที่ทำเสมอเมื่อฟังเทศน์จากท่านแล้วก็คือ

ถวายปัจจัย

แล้วก็กลับกุฏิ  

ทำภารกิจส่วนตัว  เข้าที่จงกรมภาวนาต่อไป

รุ่งเช้า

ข้าพเจ้าจึงออกเดินตามพระไปบิณฑบาต

หลังจากเสร็จภัตตกิจในตอนเช้าแล้ว

ก็เข้ากราบลาหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง

และถวายปัจจัยอีกรอบ




ก็ครั้งนั้น

หลวงพ่อท่านถามว่า

"ทำไมถวายหลายครั้งแท้  เมื่อวานก็ถวายแล้วนี่"

ข้าพเจ้านิ่งไปเพราะปกติท่านก็ไม่เคยถามอย่างนี้

ไม่รู้จะตอบอย่างไร

แต่ก็ตอบไปว่า

"อยากทำบุญเยอะ ๆ  ครับ"

ท่านก็ว่า

"เอ้า  ถ้างั้นก็ให้รวย ๆ  เน้อ"

รับพร  แล้วก็ถอยออกมา




ตอนกล่าวลา

ท่านแซวว่า

"อ้าว  จะกลับแล้วเหรอ  นึกว่าจะบวชเป็นพระอยู่ที่นี่"

(ฮา)

แล้วท่านก็หันไปทางแพรวา

"นี่ก็นึกว่าจะบวชเป็นชี"

( ฮ่า ๆ ๆ )

ท่านก็หัวเราะ  หึหึ  ยิ้ม ๆ  สไตล์ของท่าน

จากนั้นปรัชญาก็กราบเรียนท่านเรื่องจะบวช

ท่านก็ว่าดี

ขาจะกลับจริง ๆ  

หลวงพ่อยังเป็นห่วงถามว่า

"เออ  นี่วันที่เท่าไหร่แล้ว"

ก็บอกว่า  "สิบห้าครับ"

"ยังสงกรานต์อยู่นี่  ขับรถระวัง ๆ  เน้อ

พวกวัยรุ่นขี้เมามันเยอะ"

รับศีลรับพรแล้วก็ลงมา

พาปรัชญาและคณะไปเที่ยววัดป่าภูก้อน

ด้วยเหตุว่าปรัชญาอยากให้รุ่นน้องคนหนึ่งที่มาด้วยกันไปเห็น

ก็ไปกัน  ๕  คน

มีแพรวาเป็นคนขับ  ส่วนผู้ชายอีกสี่คนเป็นคนนั่ง

(ฮา)

ความจริงมีรุ่นน้องอีกคนด้วย

แต่เขาไม่ไป

สงสัยอยากปฏิบัติให้มาก ๆ  

เพราะตอนบ่ายก็จะออกกรรมฐานแล้ว

เรื่องหลวงพ่อให้พรนี้ยังมีอีก

เดี๋ยวจะเล่าในตอนต่อไป


พุทธังกุโร
๑๙  มิถุนายน  ๒๕๕๖